สุนัขจิ้งจอกที่ Zao Fox Village

หมู่บ้านของเหล่าน้องจิ้งจอกมีชื่อว่า Zao Fox Village เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกที่หนึ่งที่ดังขึ้นมาอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ โดยมีค่าเข้าคนละ 1,000 เยน (ประมาณ 293 บาท) เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ไม่เสียค่าเข้า หากต้องการอุ้มน้องสุนัขจิ้งจอก ต้องเสียเงินเพิ่มอีกคนละ 600 เยน (ประมาณ 175 บาท)
Zao Fox Village อยู่ใกล้สถานี Shiroishi ซึ่งหากนั่งรถไฟจากสถานี Sendai ไปใช้เวลาประมาณ 50 นาที การเดินทางสามารถไปได้ 2 วิธีคือรถบัสและแท็กซี่ (กรณีถ้าไม่เช่ารถมาเอง) ซึ่งใครที่ต้องการประหยัดขอแนะนำให้เช็คตารางบัสให้ดี เพราะแท็กซี่ราคาค่อนข้างแพงมาก ประมาณ 3,800 เยน (ประมาณ 1,100 บาท)/เที่ยว แต่ถ้าไปกันเป็นกลุ่มแล้วหาร 4 คนอาจจะคุ้มหน่อย
สำหรับรอบรถบัส จะมีทุกวันอังคารและวันศุกร์ มีรอบเช้ารอบเดียวคือ ออกจากสถานี JR Shiroishi 07.58 น. ถึง Zao Fox Village เวลา 08.55 น. (หากไม่ทันคือต้องไปด้วยแท็กซี่อย่างเดียว) และรอบกลับก็มีบัสรอบเดียวเช่นกันคือ ออกจาก Zao Fox Village เวลา 14.32 น. ค่ารถบัสเที่ยวละ 200 เยน (ประมาณ 60 บาท) หากพึงระวังเวลาได้ จะประหยัดกว่าแท็กซี่ได้มาก
เราเริ่มเดินทางจากสถานี Sendai ซึ่งคำนวณเวลาเอาไว้อย่างดี โดยเราตื่นตี 5 มารอขึ้นรถไฟรอบเช้ารอบแรกเพื่อจะได้มีเวลาไปขึ้นรถบัสให้ทัน แต่ระหว่างทางดันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็คือ รถไฟหยุดวิ่งกะทันหันเนื่องจากหิมะ!
แผนทุกอย่างพัง! เป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายมาก เพราะรถไฟขบวนที่เราติดอยู่นั้นเลทถึง 1 ชั่วโมง 15 นาที แน่นอนเราว่าตกรถบัส ตอนนั้นคือลังเลมากว่าจะเอาไงต่อ เพราะเดินทางคนเดียวก็ไม่มีคนหารค่าแท็กซี่ไปต่อ แต่ในเมื่อมาแล้วก็ไม่อยากเสียเที่ยว ก็ต้องยอมจ่ายค่ารถไปทั้งน้ำตา … เอาเป็นว่าใครจะไปช่วงหน้าหนาว อย่าลืมเช็คสภาพอากาศกันนะ
เรานั่งแท็กซี่จากสถานี Shiroishi ไปถึง Zao Fox Village ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เมื่อเข้ามาแล้วให้ซื้อตั๋วเข้าก่อน และจะมีสตาฟฟ์คอยอธิบายกฎต่างๆ (มีทั้งเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ) ซึ่งสตาฟฟ์ที่นี่ค่อนข้างเข้มงวดมาก ห้ามเผลอไปจับตัวเขาก่อนได้รับอนุญาตเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าชมเอง เราเองก็โดนเตือนเพราะไม่ได้เก็บตั๋วและฝาปิดเลนส์กล้องให้ดี (สตาฟฟ์บอกว่าต้องเก็บในที่มิดชิดเด็ดขาด เพื่อป้องกันสิ่งของตกแล้วสุนัขจิ้งจอกเผลอทานเข้าไป)
ที่นี่จะแบ่งเป็นโซนที่อยู่ในกรง และโซนปล่อยอิสระ สำหรับสุนัขจิ้งจอกที่นี่ค่อนข้างคุ้นกับคน ไม่กลัวคนเลย วิ่งไปวิ่งมา กลายเป็นว่าเรานี่ล่ะที่ต้องเดินหลบให้เขาแทน ซึ่งโซนปล่อยอิสระจะไม่มีสตาฟฟ์มาคอยดูแลหรือเฝ้า เราต้องดูแลความปลอดภัยของตัวเองด้วย (มีคนเคยโดนกัดด้วยนะ แต่แผลเล็กๆ ไม่ได้ใหญ่อะไร)
เราใช้เวลาอยู่ที่นี่ไม่นาน เพียงแค่ 1-2 ชั่วโมงก็เดินทั่วแล้ว การเดินทางกลับสามารถแจ้งสตาฟฟ์ให้เรียกรถแท็กซี่ให้ได้ โดยทางสตาฟฟ์จะยื่นบัตรคิวรถและเรียกไปทีละคันให้ แน่นอนว่า การรอกลับรถบัสเป็นอะไรที่เสียเวลาค่อนข้างมาก ทางสตาฟฟ์จึงแนะนำว่าให้ลองพูดคุยกับนักท่องเที่ยวคนอื่นเพื่อหาคนหารค่าแท็กซี่ จนในที่สุดขากลับเราก็ได้สาวชาวออสเตรเลีย 1 คน และสาวไต้หวันอีก 2 คนมาช่วยหารค่าแท็กซี่ขากลับจึงประหยัดลงไป ใครอยากลองนำเทคนิคไปใช้ก็ลองได้นะ เผื่อได้เพื่อนใหม่ด้วย
ท่องเที่ยวทั่วโลกไปกับ sanook