กลุ่มยานยนต์กังวลเวียดนามกีดกันการค้า

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท.ระบุ มิ.ย.นี้จะทราบว่ามาตรการกีดกันการนำเข้ารถยนต์จากไทยของเวียดนามกระทบส่งออกรถหรือไม่ หากกระทบก็ไม่เกินร้อยละ 4 หรือประมาณ 40,000 คันต่อปีของการส่งออกรวมปีละ 1.1 ล้านคัน

นายครรชิต ไชยสุโพธิ์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คนใหม่ กล่าวว่า จากการที่เวียดนามใช้มาตรการที่ไม่ใช่ภาษีกีดกันการนำเข้ารถยนต์จากไทยที่ส่งไปขายในเวียดนาม โดยเรียกตรวจรถทุกชิปเมนต์ ๆ ละ 1 คัน จากเดิมตรวจรุ่นละ 1 คัน ไม่จำเป็นต้องตรวจอีกในการนำเข้ารถชิ้ปเมนต์ครั้งต่อไปอีกนั้น ส่งผลให้ผู้ส่งออกรถยนต์ไทยหยุดส่งไปเวียดนาม แต่ทางการเวียดนาม ขอให้ผู้ผลิตรถยนต์ไทยทดลองส่งไปเวียดนามอีกครั้ง ซึ่งในเดือนกุมภาพันธ์นี้ผู้ผลิตไทยส่งรถยนต์ไปแล้ว 2,000 คัน ซึ่งต้องผ่านกระบวนการตรวจรับรองมาตรฐานทุก ๆ ชิปเม้น ซึ่งการดำเนินการของทางการเวียดนามลักษณะนี้เป็นปัญหาต่อการส่งออกรถยนต์ของไทย แม้ไม่กระทบส่งออกขณะนี้ แต่ระยะต่อไป หากเวียดนามไม่ยอมรับรถยนต์ที่ส่งจากไทยก็อาจกระทบการส่งออกรถยนต์ของไทยคิดเป็นร้อยละ 4 หรือประมาณ 40,000 คันต่อปี โดยจะทราบผลกระทบในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งผลกระทบจะไม่เกินร้อยละ 4 ของการส่งออกรถยนต์ในภาพรวมทั้งหมดที่แต่ละปีส่งออกรวม 1 ล้านคัน

นายครรชิต ยังกล่าวถึงการเข้ามาใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้า ว่า เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันและรักษาฐานการเป็นฐานผลิตยานยนต์ของไทย ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ต้องปรับตัวพร้อมรับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเข้ามาในอนาคต ซึ่งคาดว่าช่วงเปลี่ยนผ่านจะใช้เวลาประมาณ 5-10 ปี จากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในจะปรับไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งช่วงนี้ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดจะต้องปรับตัวรองรับแนวโน้มการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกันต้องสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่พร้อมกับการเข้ามาของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าด้วย

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รักษาการรองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า ยอดส่งออกรถยนต์ของไทยปีนี้ตั้งเป้าหมายว่าจะมียอดส่งออกรวม 1.1 ล้านคัน ยอดผลิต 2 ล้านคัน ยอดส่งออกปีที่ผ่านมามากกว่าอยู่ที่ 1.13 ล้านคัน สาเหตุที่ปรับเป้าส่งออกลดลง เพราะเวียดนามกีดกันทางการค้า ซึ่งขณะนี้มาตรการกีดกันทางการค้าของเวียดนามถูกใช้มาแล้ว 2 เดือนในปีนี้ และขณะนี้บางยี่ห้อเริ่มส่งรถยนต์ไปขายที่เวียดนามอีกครั้ง และรอหน่วยงานตรวจมาตรฐานของเวียดนามก่อนว่ารถที่ส่งไปผ่านมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เวียดนามกำหนดขึ้นมาหรือไม่ และการส่งออกยังหวังว่าจะดีขึ้น แต่ต้องรอตลาดรถยนต์ในประเทศในกลุ่มตะวันออกกลางที่ยอดส่งออกรถปิ๊กอัพปรับตัวดีขึ้นมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา หลังประเทศผู้ส่งออกน้ำมันปรับราคาเพิ่มขึ้นและขณะนี้บางประเทศให้สตรีขับรถได้. – สำนักข่าวไทย